IMBIG NEWS : ลิเวอร์พูลโฉมใหม่กับระบบที่อาจเปลี่ยนไป

แทงบอลออนไลน์ ก่อนใครได้ที่ IMBIG : ก่อนปิดม่านฤดูกาล 2021/22 แฟนบอล ลิเวอร์พูล หลายคนคงไม่มีใครคาดคิดถึงเรื่องการสิ้นสุดสามประสาน “หิน-เหล็ก-ไฟ” โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในสีเสื้อสีแดงเพลิง



แทงบอลออนไลน์ ก่อนใครได้ที่ IMBIG

 

         แต่บางส่วนก็คิดว่าหนึ่งในสามคนนี้อาจมีคนที่จะอำลาทีมไป แต่ไม่มีใครคิดมาก่อนว่าคนคนนั้นจะเป็น ซาดิโอ มาเน่

ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จะคิกออฟ มาเน่ ทำเอาสาวก ‘เดอะ ค็อป’ ใจสั่นหวั่นไหวไปตาม ๆ กัน เมื่อเอ่ยปากว่าจะตัดสินใจถึงอนาคตการค้าแข้งในซีซั่นหน้าหลังเสร็จศึก ‘บิ๊ก เอียร์’

และด้วยเหตุที่สัญญาปัจจุบันกับ ลิเวอร์พูล มีอายุถึงซัมเมอร์ปี 2024 เส้นทางข้างหน้าก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะขยายสัญญากันเมื่อไหร่ ฉะนั้นการตัดสินใจอะไรในช่วงนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสม

จากนั้น ตามหน้าสื่อลูกหนังต่างประเทศโหมกระแสการย้ายทีมของ มาเน่ ขึ้นอย่างหนักตามที่เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ในทำนองที่ว่าเตรียมย้ายออกจาก ‘หงส์แดง’

แม้ว่า มาเน่ จะออกมาแก้ต่างว่าคำพูดที่ตัวเองเอ่ยออกไปไม่ได้ตั้งใจจะทำให้แฟน ๆ ลิเวอร์พูล ขุ่นเคืองใจ และไม่คิดว่าเรื่องที่ตนพูดไปนั้นจะเกิดเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ก็ตาม

“ผมว่าเราควรหยุดเรื่องนั้นไว้เท่านี้ ลิเวอร์พูล คือสโมสรที่ผมเคารพมาก ๆ แฟน ๆ ต้อนรับผมตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง ส่วนเรื่องอนาคตเราก็รอดูกัน”

ครับ.. นั่นอาจเป็นประโยคคำพูดครั้งท้าย ๆ ที่เขาพูดถึง ลิเวอร์พูล ก่อนที่จะอำลากลายร่างไปเป็นผู้เล่น บาเยิร์น มิวนิค แบบเต็มตัว

ในขณะที่ ขาออกกำลังจะออกไป (ณ เวลานั้น) ขาเข้าก็กำลังจะตามเข้ามาทดแทน ชื่อ ดาร์วิน นูนเญซ โผล่เป็นกระแสแรงมากกับการที่ ลิเวอร์พูล ต้องการแนวรุกสักคนหนึ่ง

หลังการเข้ามาของ หลุยส์ ดิอาซ.. พื้นที่กองหน้าทางกราบซ้ายก็แทบจะตกเป็นสัมปทานของดาวเตะโคลอมเบีย รายนี้ทันที ซึ่ง มาเน่ จำต้องขยับขึ้นไปยืนเป็นกองหน้าแบบฟอลส์ไนน์

และเมื่อการที่ มาเน่ เลือกตัดสินอนาคตไปแบบนั้นแล้ว แน่นอน คนที่เข้ามาใหม่ต้องไม่ใช่ผู้เล่นริมเส้น

หากแต่ต้องเป็นกองหน้า และน่าสนใจคือ นูนเญซ คือกองหน้าธรรมชาติ ไม่ใช่แบบที่เราเคยเห็นกันในสไตล์อย่าง ฟีร์มีโน่ หรือที่ มาเน่ ลงเล่นในช่วงท้ายฤดูกาลก่อน

การเดินหน้าในตลาดนักเตะของทีมสรรหายุคใหม่ที่ไม่ใช่ ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ เป็นแม่ทัพ

จูเล่น วอร์ด ผู้สืบทอดตำแหน่งผู้อำนวยการฟุตบอลของสโมสรคนใหม่เร่งดีลนี้อย่างเต็มที่

การทำงานของ วอร์ด เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในขั้นต้นที่ต่างจาก เอ็ดเวิร์ดส์ นั่นคือการรุกหาเป้าหมายอย่างรวดเร็วว่องไว ดังที่เห็นในรายของ ดิอาซ หรือแม้กระทั่ง ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ วันเดอร์คิดจาก ฟูแล่ม

มองภาพให้ชัดมากขึ้น ลองย้อนนึกถึงดีล ดิอาซ ก็ได้

เดิมที่ตามข้อมูลสื่อต่างประเทศรายงาน พวกเขาบอกว่า ดิอาซ คือเป้าหมายในตลาดซัมเมอร์ 2022 แต่เมื่อ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เข้ามาแทรกกลางทำให้ ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องหักพวงมาลัยย้อนกลับมาปิดการเจรจานี้ มิเช่นนั้น คนที่เขาวางตัวไว้จะคลาดกัน

ส่วน นูนเญซ นี่คือชื่อที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วางตัวเพื่อเข้ามาแก้ไขเรื่องการจบสกอร์ แต่ เบนฟิก้า ตั้งตัวเลขไว้สูงเอามาก ๆ ทำให้การเจรจาระหว่าง “เหยี่ยวลิสบอน” กับ “ปีศาจแดง” ยังไม่เดินหน้า

และเมื่อ ลิเวอร์พูล ทราบถึงเรื่องนี้ กอปรการที่สโมสรเข้าใจสถานการณ์ของ มาเน่ ดี จึงจำเป็นต้องเดินหน้าเพื่อเช็กบิลดาวเตะอุรุกวัยเข้ามาให้ได้

สิ่งนี้คือข้อแตกต่างกันระหว่างการทำงานของผู้อำนวยการกีฬาคนก่อนกับคนใหม่ เอ็ดเวิร์ดส์ อาจจะดูนิ่ง ๆ ง่าย ๆ แต่เมื่อถึงเวลาก็ได้ตัวผู้เล่นที่เหมาะสมกับทีมเข้ามา ส่วน วอร์ด เป็นเหมือนความตื่นเต้นที่จบลงในแบบที่แฟนบอลไม่ต้องรอนาน

เส้นทางของ มาเน่ กับ นูนเญซ กำลังจะสลับกัน คนหนึ่งกำลังจะย้ายออก ส่วนอีกคนกำลังจะย้ายเข้า

แต่ก็เป็น นูนเญซ ที่บรรลุข้อตกลงกันได้ก่อน เมื่อ เบนฟิก้า ยอมรับข้อเสนอจาก ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวในเบื้องต้น 75 ล้านยูโร (ประมาณ 2,700 ล้านบาท) บวกกับแอดออนส์อีกราว 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) เบ็ดเสร็จรวมกันเท่ากับ 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3.7 พันล้านบาท)

ขณะที่เส้นทางคู่ขนาน ลิเวอร์พูล ยังยืดข้อเสนอจาก บาเยิร์น ที่ปฏิเสธกลับมา 2 รอบก่อนจะตกลงกันได้ที่มูลค่า 41 ล้านยูโร (ประมาณ 1,517 ล้านบาท)

โดยแบ่งเป็นจำนวนค่าตัว 32 ล้านยูโร (ประมาณ 1,184 ล้านบาท) บวกกับโบนัส 6 ล้านยูโร (ประมาณ 222 ล้านบาท) ตามจำนวนนัดที่ลงสนาม และอีก 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท) ตามความสำเร็จส่วนตัวและกับ ‘เสือใต้’

ย้อนกลับไป 13-14 ย่อหน้าก่อนหน้านี้ คำถามที่ว่ากองหน้าสไตล์ นูนเญซ ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่กับแท็กติก ลิเวอร์พูล ในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์

ตลอดการคุม ‘หงส์แดง’ ตั้งแต่เข้ามารับงานเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2015 ภาพที่เราเห็นคือ ลิเวอร์พูล ใช้แผน 4-3-3 มาโดยตลอด ซึ่งหากนับเป็นจำนวนนัดรวมทั้งสิ้น 300 เกมที่ คล็อปป์ เลือกระบบนี้สู้กับคู่แข่ง

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่หันไปใช้ระบบอื่นเลย อย่าง 4-2-3-1 ใช้ไป 35 เกม และ 4-4-2 อีก 13 นัด

 

สมัครสมาชิกเดิมพันออนไลน์กับเราที่นี่ >> คลิ๊ก

ฝากกดติดตาม Line Official Account >> @IMBIG << ของทางเราได้ที่นี่