IMIBIG NEWS : โด้ซัดดับเสียงวิจารณ์,แมตช์อำลาแข้งผี!วิเคราะห์ 5 ประเด็นแมนยูทุบเบรนท์ฟอร์ด

แทงบอลauto ก่อนใครได้ที่ IMIBIG : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเล่นในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกมสุดท้ายประจำฤดูกาลนี้ ด้วยการดับซ่า เบรนท์ฟอร์ด สบายเกือก 3-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ โดยเกมนี้ดูเหมือนจะเป็นแมตช์อำลานักเตะหลายคนของ “ปีศาจแดง” ที่คาดว่าน่าจะต้องเก็บเสื้อผ้าออกจากสโมสรในช่วงซัมเมอร์ ขณะเดียวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในวัย 37 กะรัตเขายังสามารถเล่นในลีกระดับสูงได้อย่างสบายๆ

 



แทงบอลauto ก่อนใครได้ที่ IMIBIG

 

1. ใครว่า “โด้” แก่เกินแกง !

  นักวิจารณ์หลายคนค่อนข้างดูแคลน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ว่าแก่เกินแกง เพราะด้วยวัย 37 ปีของเขาน่าจะมีปัญหากับการเล่นเกมลีกที่เน้นใช้พละกำลังในการฟาดฟัน แต่ตอนนี้ “เฮียโด้” พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขายังคงเป็น “ของจริง” อยู่เสมอ

หากพูดกันอย่างเป็นกลาง โรนัลโด้ เป็นผู้เล่นคีย์แมนของ “ผีแดง” จริงๆ เพราะในแมตช์ไหนที่ไม่มีเจ้าตัวลงสนามเป็นหน้าเป้า ทีมแทบจะไม่มีปัญญาเจาะตาข่ายคู่แข่ง แต่เมื่อไหร่ที่เขาได้ลงสนาม แนวรับทีมอื่นต้องหวาดหวั่น และพยายามประกบติดไม่ให้เจ้าตัวมีโอกาสทำประตู

“ซีอาร์ เซเว่น” ในช่วงบั้นปลายอาชีพพ่อค้าแข้ง ยังคงผลิตผลงานดีมีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้เขาสามารถซัดประตูในเกมลีกได้มากกว่า 20 ลูกตลอดช่วง 12 ฤดูกาลติดต่อกัน

เกมล่าสุด สตาร์ชาวโปรตุกีส กด 1 ประตูจากจุดโทษทำให้ตอนนี้เขาซัดในลีกไปแล้ว 18 ประตูรั้งอันดับ 3 ตามหลัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 4 ลูกเท่านั้น ขณะเดียวกัน โรนัลโด้ ซัดตาข่ายรวม 24 ลูกในทุกรายการให้สโมสร

สำหรับคำว่า “แก่เกินแกง” ไม่เหมาะที่จะใช้กับนักเตะอย่าง โรนัลโด้ และในฤดูกาลหน้าเชื่อว่าเขายังคงเต็มไปด้วยความกระหายอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่เจ้าตัวอยากจะอยู่ช่วย แมนฯ ยูฯ ต่อไปหรือเปล่า

 

2. ลูกเตะมุมเริ่มทำงาน !!

  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนแซวมาตลอดว่าพวกเขาเป็นทีมที่ไร้ประสิทธิภาพในการเล่นลูกเตะมุม ขนาดลงทุนจ้างเอริก แรมซี่ย์ ที่ว่ากันว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ลูกตั้งเตะแท้ๆ แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย

อย่างไรก็ตาม “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว” ฉะนั้นการที่จะปลุกปั้นทีมที่ขาดๆ เกินๆ อย่าง แมนฯ ยูฯ ให้มีความแข็งแกร่งเรื่องลูกเตะมุมไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ มันต้องใช้เวลา และอาจยาวเป็นปีด้วย

ในแมตช์กับ เบรนท์ฟอร์ด นั้น ราฟาแอล วาราน ทำประตูได้จากลูกเตะมุมซึ่งเป็นการเปิดของ อเล็กซ์ เตลลิส และเป็นการแอสซิสต์ครั้งที่ 4 ของเขาในซีฤดูกาลนี้ให้กับต้นสังกัด

จากประตูดังกล่าวทำให้ตอนนี้ แมนฯ ยูฯ สามารถส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายจากลูกเตะมุมเป็นลูกที่ 4 จากการเล่นทั้งหมดในฤดูกาลนี้ (เหลืออีก 2 เกมในลีกอาจจะทำได้อีก) แม้ต้องรอจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่จะได้ประตูแรกก็ตาม !!

กระนั้นก็คือเป็นเรื่องดี เพราะอย่างน้อยๆ นี่น่าจะเป็นสารตั้งต้นให้พวกเขามีความมั่นใจในการเล่นลูกเตะมุม และฟรีคิกมากยิ่งขึ้นก็ได้

 

3. วาราน เริ่มต้นนับหนึ่งกับแมนยู

  ถือเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งที่ยอดเยี่ยมของราฟาแอล วาราน หลังจากที่เขาสามารถทำประตูแรกในสีเสื้อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้สำเร็จ แม้ว่ามันจะเกิดขึ้นช้าไปหน่อยในช่วงท้ายซีซั่นก็ตาม

ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูฯ พร้อมกับความหวังว่าจะเข้ามาอุดรอยรั่วในแผงกองหลังให้กับทีม เนื่องจากฟอร์มของ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไม่ต่างอะไรกับบ่อน้ำมันชั้นดีให้คู่แข่งบุกเข้ามาเจาะตาข่ายได้สบายๆ

อย่างไรก็ตาม วาราน ต้องพบกับวิบากกรรมพอสมควรจากปัญหาอาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างเต็มที่ และนี่ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เกมรับของ “ผีแดง” ไม่มีความมั่นคง

ฟอร์มของปราการหลังเลือดเฟร้นช์ในแมตช์ถลุง เบรนท์ฟอร์ด ถือเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยมที่นักเตะแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีอาการบาดเจ็บหลงเหลืออีกแล้ว และการยิงประตูสุดสวยในแมตช์นี้ ยิ่งทำให้เขาเต็มไปด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ฉะนั้นในฤดูกาลหน้าถ้าหาก วาราน ยังคงรักษาสภาพความฟิตได้เต็มร้อยแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เชื่อว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเป็นทีมที่มีจุดแข็งทั้งเกมรับ และอันตรายในจังหวะเล่นลูกตั้งเตะมากยิ่งขึ้น

 

4. ค่ำคืนแห่งการอำลา !

  เชื่อว่าแฟนบอลแมนฯ ยูฯ อยากเห็นพวกนักเตะดาวรุ่งได้ลงเล่นในแมตช์นี้ แต่ดูเหมือนเป้าหมายของ ราล์ฟ รังนิก ก็คือการเป็นแมตช์กล่าวคำอำลาของนักเตะ “ปีศาจแดง” หลายๆ คนในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

จะเห็นได้ว่า รังนิก เลือกส่ง ฆวน มาต้า กับ เนมานย่า มาติช ลงเป็นตัวจริง ขณะที่ เอดินสัน คาวานี่ และ ฟิล โจนส์ ถูกส่งเป็นตัวสำรอง ซึ่งทั้งสามคนแรกจะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ ส่วน โจนส์ ดูเหมือนสโมสรพยายามที่จะขายเขาออกไป

แน่นอนว่านี่เป็นเกมสุดท้ายใน “โรงละครแห่งความฝัน” สำหรับเกมลีกฤดูกาลนี้ และคงจะเป็นแมตช์สุดท้ายของนักเตะทั้ง 4 คนที่จะได้สวมชุด “เร้ด เดวิลส์” ในฐานะพ่อค้าแข้ง

ชัยชนะในแมตช์นี้ถือเป็นการส่งท้ายที่สวยหรูสำหรับแฟนบอล และนักเตะหลายๆ คน อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าสนใจก็คือ เจสซี่ ลินการ์ด มีชื่อเป็นตัวสำรองแต่ไม่ถูกส่งลงสนาม น่าจะเป็นการบ่งบอกเป็นนัยยะว่าเขายังพอมีอนาคตกับทีมในซีซั่นหน้า

 

5. สัญญาณสวยหรูเพื่อสานต่อฤดูกาลใหม่

  ฟอร์มของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในแมตช์นี้ถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว การรุกที่รวดเร็ววูบวาบเกมรับที่เหนียวแน่น ถือเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยมสำหรับสาวก “เร้ด อาร์มี่” ที่น่าจะมองเห็นอนาคตที่สดใสของทีมรัก

แมตช์นี้ “ปีศาจแดง” เล่นด้วยหัวจิตหัวใจที่มุ่งมั่น ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะพวกเขาลงเล่นเกมลีกในบ้านในสุดท้ายของซีซั่น และต้องการที่จะมอบของขวัญพิเศษเป็นความทรงจำที่ดีๆ ให้กับแฟนบอล

แน่นอนว่าเรื่องการลุ้นท็อปโฟร์ตอนนี้บอกได้เลยว่าแทบจะเป็นศูนย์ แม้ในทางทฤษฎีหรือตามหลักคณิตศาสตร์มันยังพอจะมีโอกาสอยู่บ้าง แต่พวกเขาต้องเก็บชัยชนะให้ได้หมด ขณะเดียวกันก็ต้องแช่งให้ สเปอร์ส และ อาร์เซน่อล แพ้รวดทุกเกม

ฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดในแมตช์นี้ก็คือฟอร์ม และความมุ่งมั่นของแข้ง “เร้ด เดวิลส์” และน่าจะเป็นการส่งสัญญาณให้ เอริก เทน ฮาก ได้เห็นว่าทีมชุดนี้ยังมีไฟพร้อมที่จะท้าทายฤดูกาลใหม่อย่างเต็มที่

 

สมัครสมาชิกเดิมพันออนไลน์กับเราที่นี่ >> คลิ๊ก

ฝากกดติดตาม Line Official Account >> @IMIBIG << ของทางเราได้ที่นี่