IMIBIG NEWS : แก้แค้นหรือย้ำแค้น! 5 ประเด็นก่อน เชลซี VS ลิเวอร์พูล ชิงโทรฟี่ เอฟเอ คัพ

อ่านข่าวกีฬาก่อนใครได้ที่ IMIBIG ในที่สุดแมตช์ในฝันของแฟนบอลก็เกิดขึ้นจนได้ โดย เชลซี สามารถปราบ คริสตัล พาเลซ ในรอบตัดเชือกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ทะลุเข้าไปดวลกับ ลิเวอร์พูล ที่สนามเวมบลีย์ ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ โดยนี่เป็นเกมที่ “สิงห์บลูส์” จะได้ล้างตากับ “หงส์แดง” ในการชิงโทรฟี่ฟุตบอลถ้วยอีกครั้ง หลังต้องเจ็บช้ำระกำใจจากการพ่ายจุดโทษในศึกคาราบาว คัพ เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ขณะที่สาวก “เดอะ ค็อป” คงลุ้นกันตัวเกร็งเพราะว่าเมื่อถึงวันนั้นพวกเขาอาจจะได้คั่วถึง 4 แชมป์ หรืออาจจะเหลือลุ้นแค่โทรฟี่บอลถ้วยเก่าแก่ที่สุดในโลกแค่รายการเดียวก็ได้

 



อ่านข่าวกีฬาก่อนใครได้ที่ IMIBIG

  1. รีแมตช์แก้แค้นหรือย้ำแค้น เป็นไปตามคาด เชลซี มาตามนัดจริงๆ โดยพวกเขาสามารถปราบ คริสตัล พาเลซ ได้ไม่ยากเย็นนัก และเตรียมเข้าไปแก้มือกับ ลิเวอร์พูล ในเกมนัดชิงที่สนามเวมบลีย์ ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ หรือ 1 สัปดาห์ก่อนปิดฤดูกาล 2021/2022 งานนี้หลายคนมองว่า “สิงโตน้ำเงินคราม”
คงพบความแค้นมาเต็มกระเป๋าหลังพ่ายจุดโทษ “หงส์แดง” ในเกมชิงโทรฟี่คาราบาว คัพ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ขอบอกว่า “เดอะ เร้ดส์”
ก็มีความแค้นฝังลึกกับพวกเขาเช่นกันเพราะย้อนไปเมื่อปี 2012 หรือ 10 ปีก่อน เชลซี เคยทำให้สาวก “เดอะ ค็อป”
ต้องน้ำตาตกมาแล้วในเกมชิงฟุตบอลถ้วยเก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้เข้าชิง และต้องรออีก 1 ทศวรรษถึงจะได้ลุ้นความสำเร็จนี้อีกครั้งฉะนั้นแมตช์นี้ทั้ง 2 ทีมจะได้แก้แค้น หรือจะโดนย้ำแค้น เดี๋ยวก็รู้กัน

 

  2. รางวัลปลอบใจเชลซี การทะลุเข้าสู่รอบชิงของทัพ “สิงห์บลูส์” ถือเป็นรางวัลปลอบใจชั้นดีให้กับแฟนบอลของพวกเขา
หลังจากที่เพิ่งผิดหวังที่ต้องตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยฝีเท้าของ เรอัล มาดริด ในขณะที่พรีเมียร์ลีก ก็หมดลุ้นไปแล้ว
และน่าจะจบในอันดับ 3 แน่นอนว่า โธมัส ทูเคิ่ล ตั้งเป้าที่จะนำโทรฟี่ใบนี้กลับไปประดับที่ตู้โชว์ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ให้ได้ เพราะอย่างน้อยๆ
นี่คือรางวัลแห่งความสำเร็จ แม้ว่ามันอาจจะดูไม่ได้ยิ่งใหญ่ตามที่พวกเขาตั้งเป้าเอาไว้ในฤดูกาลนี้ แต่ก็ดีกว่ามือเปล่าไม่มีอะไรเอาไว้คุยหลังจบซีซั่น
ที่สำคัญการได้โทรฟี่ยังเป็นการการันตีว่าตำแหน่งของ นายใหญ่ชาวเยอรมัน น่าจะยังปลอดภัย แต่ถ้าหากบทสรุปตรงกันข้าม งานนี้เก้าอี้กุนซือของ ทูเคิ่ล
มีสั่นคลอนแน่นอน

 

  3. เส้นทางสู่ 4 แชมป์ลิเวอร์พูล (หรือเปล่า) ในขณะเดียวกัน “หงส์แดง” กำลังอยู่ในช่วงมโนว่ากำลังคั่ว 4 แชมป์ในฤดูกาลนี้ หลังประสบความสำเร็จไปแล้ว 1 รายการในศึกคาราบาว คัพ ขณะที่เกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีก็ยังขับเคี่ยวกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบหายใจรดต้นคอ ด้านเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ทะลุเข้ารอบตัดเชือกไปพบกับ บียาร์เรอัล ส่วนในเกมเอฟเอ คัพ ก็จะได้ดวลกับ เชลซี สำหรับแมตช์ชิงโทรฟี่บอลถ้วยเก่าแก่ที่สุดในโลก จะเกิดขึ้นก่อนปิดซีซั่น 1 สัปดาห์ ลองนึกภาพหากในเวลานี้ “หงส์แดง” กำลังจะได้ 4 แชมป์บรรยากาศมันจะยิ่งใหญ่อลังการขนาดไหน แน่นอนว่านั่นเป็นเรื่องที่ยังไกลเกินไปหากจะจินตนาการถึงการสร้างประวัติศาสตร์แบบนั้น แต่ในเมื่อเส้นทางของพวกเขามีโอกาสที่จะทำได้ ฉะนั้นคงไม่ผิดอะไรที่สาวก “เดอะ ค็อป” จะขอใช้เวลาสักแวบนึกวาดฝันของความสำเร็จที่สุดแสนยิ่งใหญ่ที่ไม่มีทีมไหนอังกฤษเคยทำได้มาก่อน

 

  4. เชลซี เข้าชิง 3 ครั้งติดจะสมหวังไหม หนึ่งในแรงกระตุ้นที่สำคัญของ เชลซี นอกเหนือจากการได้แก้มือกับ ลิเวอร์พูล ในเกมนัดชิงประจำฤดูกาลนี้แล้ว พวกเขายังต้องการลบรอยช้ำที่เคยต้องเจ็บปวดจากการเล่นนัดสุดท้ายในศึกเอฟเอ คัพ 2 ครั้งก่อน เพราะทีมแพ้เรียบวุธ ในปี 2020 พวกเขาต้องทำศึก “ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์” นอกรอบกับ อาร์เซน่อล และก็โดนคู่อริร่วมเมืองทำเจ็บแสบเอาไว้ จากนั้นในปีถัดมาต้องวัดฝีเกือกกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งในเวลานั้น “สิงห์บลูส์” ลุ้นคว้าดับเบิลแชมป์ฟุตบอลถ้วยเพราะ ทูเคิ่ล เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ถ้วย “หูกาง” แต่ก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง และในปีนี้จะต้องวัดกับ ลิเวอร์พูล งานนี้เชื่อว่าแฟนบอลเชลซีคงกระเหี้ยนกระหือรือที่อยากจะคว่ำ “หงส์แดง” ให้ได้ เพราะจะทำให้พวกเขาได้สมหวังกับถ้วยใบนี้แถมยังเป็นการแก้แค้นที่โดนแย่งแชมป์คาราบาว คัพ ด้วย

 

  5. ทูเคิ่ล VS คล็อปป์ จะว่าไปแล้วนี่เป็นแมตช์ที่ 3 ในฤดูกาล 2021/2022 ที่ ทูเคิ่ล จะได้วัดกึ๋นกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ โดย 3
แมตช์ที่ผ่านมาพวกเขาไม่สามารถฟัดกันลงได้เลยในระยะเวลา 90 นาที เนื่องจากเกมลีกทั้ง 2 แมตช์จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ที่แอนฟิลด์ และ 2-2
ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ขณะที่การชิงโทรฟี่ คาราบาว คัพ ก็ไม่มีสกอร์เกิดขึ้นในเวลาปกติ แถมช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาทีก็เช่นกัน สุดท้าย คล็อปป์ แอนด์โค. คว้าชัยชนะด้วยการดวลจุดโทษชนะซึ่งก็ต้องลุ้นกันถึงคนสุดท้ายเลยทีเดียว เชื่อว่าในแมตช์ชิงเอฟเอ คัพ ที่เวมบลีย์ ผลงานของทั้งสองทีมคงจะออกมาสูสีกันเช่นเดิม แต่สกอร์อาจจะไม่เหมือนเดิม เพราะเมื่อถึงเวลานั้นอาจมีปัจจัยหลายอย่างที่น่าจะเป็นตัวแปรทำให้ฟอร์มของพวกเขาแตกต่างออกไปจาก 3 เกมที่ผ่านมา ส่วนตัวแปรดังกล่าวจะเป็นอะไร ช่วงปลายเดือนเม.ย.นี้ก็น่าจะได้รู้กัน

 

สมัครสมาชิกเดิมพันออนไลน์กับเราที่นี่ >> คลิ๊ก

ฝากกดติดตาม Line Official Account >> @IMIBIG << ของทางเราได้ที่นี่